Live...Without #19
posted on 22 Jan 2012 18:15 by kangxfanjox in Fiction-19-
รยออุคค่อนข้างกังวล เขาไม่เคยขอคุณป้าปิดร้านมาก่อน และแม้เธอจะอนุญาตด้วยเหตุผลที่ว่า “ป้ารู้ว่าเธอเหนื่อย แล้วทงเฮเมื่อไหร่จะจัดการเรื่องญาติเสร็จหล่ะ นานแล้วนะจ๊ะ แต่เอาเถอะ หยุดพักกันบ้างก็ได้” กระนั้น เขาก็รู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่อยู่ดี
“อ๊ะ ทางนี้ครับ” เขาโบกมือโชว์ตัวเมื่อหูแว่วได้ยินผู้ชายแว่นดำมาถามหาว่า “คิมรยออุคอยู่ไหน?”
รยออุคต้องเงยหน้ามองชายคนนี้ เขายิ้มให้แต่ไม่ได้รับรอยยิ้มกลับ จะมีก็เพียงคำถามที่ว่า “คิมรยออุคงั้นหรือ?”
“อ่า...ครับ”
“เชิญทางนี้”
“ไปไหนครับ?”
“ท่านผอ.รออยู่” ผอ. อ๋อ! เขาทำความเข้าใจเอาเองว่าผอ.ที่ว่านี้คงหมายถึงอาจารย์หมอของพี่จงอุนที่นัดกันไว้
ใบหน้าและรูปร่างของท่านผอ. ไม่ได้ผิดไปจากจินตนาการมากนัก เขาไม่เคยเจอกับท่านผอ.ที่เป็นอาจารย์หมอของพี่จงอุนมาก่อนและไม่เคยรู้เลยว่าเป็นคนแบบไหนเพราะไม่เคยได้รับการบอกกล่าวเล่าความใด แต่รยออุคก็เดาเอาเองว่าน่าจะเป็นผู้ใหญ่ใจดีคนนึง
“สวัสดีครับ” เขาโค้งทักทายอย่างมีมารยาทเมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นและเข้ามาถึงห้องรับรองพิเศษ อีกฝ่ายยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“คิมรยออุคสินะ นั่งก่อนสิ นั่งก่อน”
“ขอบคุณครับ”
“เอ่อ..อาจารย์หมอ...” เขาเว้นวรรคเพื่อดูว่าเจ้าของสรรพนามอนุญาตให้เขาเรียกแบบนี้หรือไม่
“อาจารย์หมอหาตัวพี่จงอุนทำไมหรอครับ? พี่เขาไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนหรอ?”
“ไม่มีหรอก จงอุช่วยชั้นได้เยอะมากสิไม่ว่า”
“แค่เห็นว่าหายไป ก็เลยจะตามหาตัว ถึงได้รู้ว่าชั้นแทบไม่มีข้อมูลอะไรของเด็กคนนั้นเลย”
“รู้แค่เบอร์โทรเบอร์นั้น”
“อ่อ...ผมเป็นเอ่อ...เป็นน้องที่สนิทกันน่ะครับ”
“ผมเองก็หาตัวพี่จงอุนไม่เจอเหมือนกัน” เขาบอกตามความจริง สีหน้าเขาคงบอกอารมณ์หงอย มือผู้ใหญ่ตรงหน้าจึงได้เอื้อมมาบีบบ่าเบาๆ และเสนอสิ่งที่รยออุคไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับ
“กินข้าวด้วยกันก่อนนะ แล้วค่อยปรึกษากันว่ามีที่ไหนบ้างที่เราจะหาจงอุนเจอ”
“ครับ” เขารับคำอย่างยินดี คิมรยออุคกระพริบตาตามเสียงปรบมือ 2 ทีของคนตรงหน้า ครู่เดียว อาหารญีปุ่นหลากหลายก็เรียงแถวมานอนแผ่รอให้เลือกกิน
“กินกันเถอะ”
“ขอบคุณมากครับอาจารย์หมอ” เขาพูดไปยิ้มไป ซูชิทะเลคือจานแรกที่เขาเลือกกิน
ชเวชางโฮยิ้มพึงใจเมื่อคนคราวลูกฟุบลงไปต่อหน้าต่อตา เขาทอดสายตามองอาหารมากมายที่ไม่ได้ลงมือกินแล้วกระหยิ่มยิ่มคนเดียว จากนั้นก็หันไปสั่งผู้ติดตาม
“พาตัวไปคลัง เราจะล่อคิมจงอุนมาที่นั่น แม้จะไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับที่หมอซีวอนหายไปรึเปล่า แต่มันก็ต้องช่วยเราตามหา”
“หรือไม่ มันก็ต้องยอมมองดูชีวิตที่มันขอให้ยืนยาวอีกนิด จางหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ครั้งนี้มันจะทำอะไรไม่ได้เลย”
“ครับ”
ชเวชางโฮสูดลมหายใจลึก เขาใจเย็นนานเกินวิสัยมามากแล้ว และลูกชายเขาก็สมควรรายงานตัวกับพ่อเสียทีว่า ที่หายไปหลายวันนั้น หายไปไหน?
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
เจ้าหน้าที่เสริมจำต้องละจากการลับครั้งนี้เพราะเริ่มมีการสอบถามจากหัวหน้าหน่วยแล้วว่าเขาส่งลูกน้องไปปฏิบัติการอะไร อธิบดีถอนหายใจเมื่อมองพวกเขาจุกตัวกันอยู่ในรถยนต์คันเล็กไม่เป็นที่สังเกตวิ่งหายไปจนลับตา เขาหันมองลูกชายและหลานชาย แล้วก็บอกความคืบหน้าที่เพิ่งได้รับรายงานลับๆ มาเมื่อเช้านี้
“ทหารเริ่มเคลื่อนไหวบางอย่าง ดูเหมือนจะได้ข้อมูลเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตจ xxx และหน่วย xxx ที่ไม่มีการรายงานตัวในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา”
“พวกเขายังได้ข้อมูลกล้องวงจรปิดของถนนเส้นหลักที่เข้า-ออกจากเขตด้วย”
“แล้วก็...สารวัตรคิมยองอุน ดูเหมือนจะถูกตรวจสอบที่อยู่อยู่”
“ไง หลานชาย กลัวขึ้นมาบ้างมั้ย?” รอยยิ้มขันคือคำตอบที่หลานชายเขามอบให้ ตอนที่เขาถามน้องชายที่สืบคดีหินที่มีหทารมาเกี่ยวข้อง เขาก็ได้รับรอยยิ้มแบบนี้กลับมาเหมือนกัน
“ยองอุนอา”
“ลุงครับ ผมเป็นหลานลุงนะ”
“ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว”
“พวกนั้น ถ้าคิดจะฆ่า มันจะสนหรอกว่าลูกใครหลานใคร”
“ผมเอง ถ้าคิดจะจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็ไม่สนเหมือนกันว่ามันฆ่าคนจากเหตุผลอะไร” เขากอดลุงหลวมๆ ทีเดียวก็ปล่อยออก เพราะไอ้ลูกแหง่มันแทรกตัวมากอดพ่อมันตามประสาเด็กใจเสาะตอนเพิ่งตื่นนอน เขาเดินนำลุงมายังนั่งที่โซฟาที่มีกระเป๋าเอกสารอีก 2 ใบแกร่วรออยู่ มองมันจนได้ที่ก็เอ่ยถามเรื่องที่ลืมทุกครั้งที่เจอลุง
“แล้วประตูลึกลับนั่น ไปที่ไหนครับ”
“ไปที่ที่พ่อแกตาย”
“อ่อ...แหม พูดให้ขนลุกเชียว” เขาหยอกเศร้าๆ แล้วนั่งลงระหว่างถอนหายใจ อธิบดีตบหลังเขาเบาๆ แล้วเล่าคร่าวๆ
“ทีนี่ ลุงกับพ่อแกเคยใช้เป็นที่สืบคดีลับด้วยกัน แต่ลุงไม่ค่อยมีเวลา สุดท้ายพ่อแกก็สืบอยู่คนเดียว ก็ไม่รู้ว่าไอ้ห้องลับมันมาตอนไหน แต่ว่าตอนที่ดัดแปลงให้ที่นี่มีชั้นใต้ดินสำหรับเป็นห้องทำงานลับๆ มันก็มีประตูลับนั้นอยู่แล้ว”
“ชั้นเคยใช้ครั้งหนึ่ง ครั้งเดียว”
“แล้วก็ปิดมันซะ”
“เพราะการเปิดใช้มัน ทำให้พ่อแกเจออะไรบางอย่าง และตาย”
“ลุงกลัวตายหรอครับ”
“เปล่า...แต่ไม่อยากให้เมียและแม่ของลูกชั้นเสียใจ เหมือนที่แม่แกเสียใจ”
“ชั้นคงเป็นตำรวจยอดแย่ เพราะรักตัวกลัวตาย แต่ชั้นเป็นพ่อที่เยี่ยมมาก เพราะลูกชายชั้นยังมีพ่อ และยังเป็นลูกชายที่ได้ดั่งใจ...พอประมาณ”
“ลุงเยี่ยมมาก เพราะถ้าลุงตายไป ผมคงไม่ได้เป็นถึงหลานท่านอธิบดีกรมตำรวจ” เขาพูดปิดท้ายแล้วยอมยิ้มพลางปล่อยอธิบดีให้ล่ำลาลูกชายตามวิสัย เขายกกระเป๋าเอกสารขึ้นมาเปิดดู มันเป็นใบใหม่ ข้อมูลต่างๆ ที่เขาเห็นทำให้เขาต้องจมอยู่กับพวกมันอีกหลายชั่วโมง คิดได้แบบนั้นยองอุนก็เดินไปชงกาแฟมากิน แต่กลับเจอคุณหนูในครัวเสียก่อน
“ตื่นแล้วหรอ?” เขาทักคนที่เขาเพิ่งทำให้เครียดหนักเมื่อคืน อีกฝ่ายมองเขาด้วยดวงตาอิดโรยและพยักหน้า
“จ่า เราเหลือเวลาเท่าไหร่”
“เราเหลือเวลาทั้งชีวิต ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ฆ่าเราทิ้งซะก่อน หรือพวกมันไม่ได้ตัวคยูฮยอนไปเสียก่อน เราก็ยังมีเวลา”
“แค่เปิดปากหมอได้ เราก็จะชนะ ใช่มั้ย?”
“คงงั้น”
“ตอบหน่อยสิจ่า เราสู้อยู่กับอะไร?”
“ความอ่อนแอ ความกลัว เราสู้กับทุกๆ แหล่ะจองซู”
“มันอยู่ที่ว่าเราสู้เพื่ออะไร?”
“แล้วจ่าสู้เพื่ออะไรล่ะ?”
“ก่อนหน้านี้ก็เพื่อสร้างผลงาน”
“แต่ตอนนี้ สู้เพื่อคุณ...เพื่อฮยอกแจ ซองมิน คยูฮยอน ฮีชอล คุณลุง”
“เพื่อทุกคน”
“ใจใหญ่จังนะจ่า”
“มานอนเล่นได้นะถ้าคุณว่าง” เขาหยอดเล่นๆ แล้วก็ชงกาแฟกิน เมื่อตักส่วนผสมลงแก้วและกดน้ำร้อนแล้ว เขาก็ถามอีกฝ่ายบ้าง
“คุณหนู เรื่องฮีชอล...ถามรึยัง?”
“แล้ว”
“ว่ายังไง”
“...........” คุณหนูจองซูไม่ตอบอะไรเขา เพียงแค่กระดกกาแฟหมดแก้วแล้วกลืนอึกใหญ่ แล้วก็เช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วและเดินออกไปนอกบ้าน
“วินาศแหงๆ” เขาให้กำลังใจตัวเองแล้วเดินกลับมาที่โซฟาที่มีแต่เอกสารและกระดาษไร้ประโยชน์วางแผ่จนหาเนื้อโต๊ะไม้ไม่เจอ ยองอุนทำใจเย็นอ่านเอกสารและค้นหาจุดที่พอจะเชื่อมโยงกันได้ โดยไม่สนเลยว่าบนหัวเขานั้น มีเสียงดังโครมครามราวกับโคตรลิงป่าดิบชื้นกำลังอาละวาดอย่างไม่พอใจ
จองซูกำแก้วกาแฟที่แทบจะแห้งน้ำออกมานอกบ้าน เขาหันมองหน้าต่างชั้น 2 แล้วถอนหายใจ จากนั้นก็ขว้างแก้วออกไปสุดแรง ใจหวังว่าจะมันจะกระทบหัวใครในห้องนั้นบ้าง ใจหวังว่าใครคนนั้นจะเจ็บเสียบ้าง
“เพื่อนเลว!”
“ไอ้เลว! ไอ้ฮีชอลเลว!”
“นายทำแบบนี้กับชั้นได้ยังไง?! ทำได้ยังไง!!!”
เขาหอบหายใจถี่ เมื่อได้แรงเพิ่มก็ตะโกนซ้ำ
“คิมฮีชอล!!!”
“ชั้นจะตายให้นายดู”
“ชั้นจะตายให้เราจบกัน ชั้นจะไม่ติดค้างนาย!”
“สารเลวฮีชอล ได้ยินมั้ย! ได้ยินชั้นบ้างมั้ย?”
“คิมฮีชอล เอาคืนไปเถอะ”
“ชั้นไม่เคยต้องการ ชั้นไม่ต้องการ”
“เกลียดชั้นที เกลียดหรือโกรธก็ได้ ทำร้ายชั้นสิฮีชอล ฮีชอล!!”
“คิมฮีชอล ชั้นบอกให้เกลียดชั้นไง”
“เพราะชั้น นายถึงได้เป็นไอ้ฮีชอลหัวเดียวกระเทียมลีบไม่ใช่หรอ?”
“เพราะชั้นนายถึงไม่เหลือใคร น้องนายไม่ฟื้นมาก็เพราะชั้น เพราะชีวิตทุเรศๆ ของชั้น”
“คิมฮีชอล! ชั้นบอกให้เกลียดชั้นไง”
ก็ชั้นเสือกรักนายไปแล้วน่ะสิ ไอ้คุณหนู
เสียงนี้ยังคงก้องในหัวเขา จองซูสับสนไปหมด เขาไม่รู้ว่าควรจะโกรธเพื่อน หรือตอบอะไรออกไปดี
วินาทีที่ฮีชอลยอมรับว่ารู้จักหมอซีวอนมาก่อน และรู้จักเขามาก่อนที่เราจะรู้จักกัน จองซูรู้สึกเหมือนใครเอาหินมาทุบหัว เขามึนไปหมด
แต่พอเพื่อนบอกเหตุผลที่ไม่โกรธกัน เขาก็ถูกตีหัวซ้ำแผลเดิม
เขาควรทำยังไงต่อไป
เพื่อนรักเขาก็ว่า...คาดไม่ถึงแล้ว
แต่เพื่อนที่มารัก กลับเป็นคนที่เสียน้องชายไป เพราะเขา
“คิมฮีชอล! นายรักชั้นทำไม!!” จองซูระบายสิ่งที่อั้นอยู่ในอกแล้วทึ้งหัวตัวเองก่อนนั่งสะอื้นบนพื้น เขาเงยหน้ามองหน้าต่างห้องที่อาศัยนอน มันค่อยๆ เปิดอ้าออก เผยให้เห็นหน้าของเพื่อนที่ดูทรมานไม่ต่างกัน
“เกลียดชั้นสิวะ!” เขาพูดหยาบใส่แล้วกำหญ้าเท่าที่มือจะจิกขึ้นมาได้เขวี้ยงใส่อากาศ อีกฝ่ายเพียงแค่มองเขานิ่งๆ แล้วก็หมุนตัวหลบไป
แล้วเขาควรทำอะไรต่อล่ะ? เขาควรพูดอะไรดี เขาควรทำอะไรต่อดี
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
ซีวอนหลับตาฟังเสียงที่คุ้นเคยดีตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาเดาว่าจองซูคงรู้แล้วว่าหัวใจที่อยู่ในร่างกายตัวเองเป็นของใคร และคิมฮีชอลคนนั้น เสียสละอะไรไปบ้าง
ส่วนหนึ่งของความเกลียดชังควรเป็นของเขา ทุกเศษเสี้ยวของความโกรธเคือง ก็ควรมาทุ่มใส่หัวเขา ไม่ควรมีใครเจ็บปวดเพราะเรื่องที่เขาทำ เพราะเขาทำเพื่อตัวเขาเอง
“ผมขอโทษนะจองซู แต่แค่จองซูเท่านั้น ที่ผมปล่อยให้หายไปไม่ได้จริงๆ”
เขาย่อตัวนั่งบนเตียงและถอนหายใจ โทรศัพท์ที่ได้คืนมาพร้อมของส่วนตัวที่บังเอิญว่าอยู่ติดตัวเขาวันที่ถูกจับตัวมาก็กองอยู่รวมๆ กัน ซีวอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู แน่นอนว่าไม่มีแบตเตอรี่เหลือ แต่คนพวกนี้ควรระมัดระวังเขามากกว่านี้ ควรรู้ว่าการปล่อยให้แบตเตอรี่ที่หมดไปอยู่ในที่ชื้นอีกซักระยะ มันจะมีพลังสำรองเกิดขึ้นได้ แม้จะนิดหน่อยก็ตาม
เขาเปิดโทรศัพท์และวางมันลง เขาไม่คิดโทรหาใคร แค่เปิดเครื่องมาอีกครั้งและปล่อยไว้ เชื่อว่าพ่อที่อาจจะกำลังตามตัวเขาให้วุ่น ก็จะรู้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน
ครู่เดียวประตูห้องก็ถูกเตะเปิดออก คนที่ก้าวเข้ามาก็คือคิมฮีชอล
“แกตาย!”
“ไม่ห้ามหรอก เชิญ” เขาท้าทายและลุกขึ้นยืนเป็นเป้านิ่ง คิมฮีชอลมองเขาด้วยตาโตๆ มันฉ้ำน้ำไปหมด เหมือนดวงตาเด็กคนนั้นไม่ผิด ปากกระบอกปืนถูกยกชูขึ้นมาทางเขาแต่เขาไม่คิดหลบแม้แต่นิด ถ้าจะตายโดยที่ยังทำอะไรไม่เสร็จสรรพก็ให้มันรู้ไป!
“เฮ้ย! คิมฮีชอล!” อีกเสียงดังแทรกขึ้นทำให้คิมฮีชอลหลุดความสนใจจากเขา ซีวอนพุ่งเข้ามาประชิดตัวแล้วผลักแขนอีกฝ่ายจนปืนกระเด็นตกพื้น และเขาก็ครอบครองปืนได้ 1 กระบอก เขารีบเก็บมันไว้ด้านหลังทันที
“พี่จะทำอะไร!”
“จะฆ่ามัน!”
“มันบอกจองซูใช่มั้ย จองซูรู้เรื่องมุนแจก็เพราะมัน มันเป็นคนรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใช่มั้ย!”
“ไม่ใช่ ผมเอง! ผมเองที่เป็นคนบอกจองซูว่าพี่รู้จักกับหมอซีวอนก่อนจะรู้จักกับเขา ผมบอกเอง!”
“ไอ้ยองอุน!”
“ก็มันเป็นทางเดียว!”
“ทำใจให้เย็นแล้วตามผมมานี่เลย”
“ไม่เว้ย ต้องฆ่ามันก่อน”
“บอกไว้แล้วไงว่าพี่ฆ่าใครไม่ได้ พี่เป็นตำรวจ!”
“ไม่เป็นเว้ย!”
“บังคับให้เป็นเว้ย มานี่!” ดูเหมือน 2 คนข้างหน้าห้องจะไม่ได้ระแวดระวังอะไรเขาเลย ซีวอนเหลียวมองของใช้ตัวเองที่หมดความจำเป็นไปตั้งแต่เขาได้ปืนมาไว้ในมือ มือถือเขาอาจจะแบตหมดไปอีกรอบแล้วจริงๆ และไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้พ่อจะตรวจสอบที่อยู่ของเขาได้รึยัง? แต่ที่ไม่แน่ใจมากกว่าคือ โอกาสหนีจะมาหาเขาอีกเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น เขาต้องหนีไปตอนนี้แหล่ะ!
เมื่อออกจากห้องได้ เขาก็ส่ายตาสำรวจภายนอกห้องที่ไม่เคยได้เห็น ตรงทางเดินหน้าห้องนำไปสู่อีกหลายห้อง เขาไม่รู้ว่าคิมจงอุนอยู่ห้องไหน แต่ต้องหาให้เจอ
“จงอุน!”
“ได้ยินผมรึเปล่า คิมจงอุน” เขาเตะประตูห้องแรกและเงี่ยหูฟัง ไม่มีเสียงอะไรให้สังเกตได้ ซีวอนขยับตัวอย่างระวังไปอีกห้องหนึ่งแล้วเรียกชื่อคนเดิม ทำอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบ หรือว่าคิมจงอุนจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว?
เขาตัดสินใจย้อนมายังหน้าห้องที่ถูกกักขังอยู่หลายวันอีกครั้งและมุ่งหน้าไปอีกทางที่ตรงกันข้ามกับเมื่อครู่ ครั้งนี้ เขาเรียกหาคิมจองอุนแค่ 2 ครั้งก็มีเสียงตอบรับ
“หมอหรอ? หมอ!”
“ผมอยู่นี่” มีเสียงตึงๆ ที่ประตู ซีวอนใช้ด้ามปืนกระแทกกุญแจที่คล้องอยู่หน้าห้อง เขากัดปากครุ่นคริด จากนั้นก็กระซิบบอกคนในห้อง
“มันล็อค มีอะไรที่พอจะสะเดาะกุญแจได้มั้ย?”
“มี ผมมี!” คนข้างในบอก ไม่ช้าลวดเล็กๆ ที่รูปร่างเดิมน่าจะเป็นคลิปเล็กๆ ก็วิ่งออกจากใต้ประตู ซีวอนยิ้มย่ามใจ เขาลงมือสะเดาะกุญแจทันที
“หมอ!” คนที่โผล่หน้ามาเรียกเขาอย่างดีใจและโผเข้าหา แต่กลับชะงักท่าไป คงเพราะคิดได้ว่าพวกเขาไม่เคยสวมกอดกัน ซีวอนอ้อมมือไปตบไหล่เบาๆ แล้วก็พยักหน้าเรียกคิมจงอุนมาใกล้ๆ เพื่อบอกแผน
“เราจะหนีจากที่นี่ และเราต้องได้ตัวคยูฮยอนไปด้วย”
“แยกกันหางั้นหรอ? พวกนี้มีกัน...ที่รู้ๆ ก็ตำรวจ 2 คิมฮีชอล แล้วก็ทงเฮ คยูฮยอน”
“จองซูอีกคน”
“จองซู! ปาร์คจองซูคนนั้นน่ะหรอ?” เขาพยักหน้าให้คิมจงอุนที่ฉายสีหน้าเห็นใจเขาทันทีที่ได้รับคำตอบ
“6 ต่อ 2 ไหวหรอหมอ?”
“น่าจะได้เรื่องแค่ 4 คุณดูแลตัวเองและรับคิมฮีชอลกับตำรวจที่จับเรามาก็พอ”
“ตำรวจใหญ่กับคยูฮยอน ผมจัดการเอง”
“ทงเฮล่ะ”
“แค่อย่าให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ผมให้ได้เท่านี้” สิ้นคำ พวกเขาก็แยกย้ายกันเสาะหาเป้าหมายที่ต้องการเพียง 1 เดียว ... คยูฮยอน
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
คยูฮยอนรู้สึกประหลาด เขาเดินมาเงี่ยหูฟังหน้าประตูห้องน้ำ เสียงอาบน้ำของทงเฮเงียบไปนานเกินไป
“ทงเฮ”
“ทงเฮ! เป็นอะไรรึเปล่า จะเข้าไปแล้วนะ”
“เฮ้ย! เข้ามาทำไม แต่งตัวอยู่”
“ทำไมเงียบไปนานนัก” เขาถามคนที่ยังขังตัวเองในห้องน้ำ
“วันนี้สระผม เลยนาน แล้วก็รู้สึกเหนียวตัวมากด้วย”
“เพราะกอดแน่นหรอ? กอดจนเหงื่อออกเลยเหนียวเลยเพราะเหงื่อออกหรอ? ฮอร์โมนไม่มีปัญหาใช่มั้ยทงเฮ” ทงเฮไม่ตอบซักอย่าง ตะโกนออกมาเพียงว่า “นายพูดบ้าอะไร?”
“ทงเฮ อย่าห่างชั้นนะ ถ้ากลัวเหนียวก็...จะให้อาบน้ำบ่อยๆ”
“...นะ...” ทงเฮก็ตอบมาเหมือนเดิมว่า “คยูฮยอน พูดบ้าอะไรของนาย”
เขาไม่พูดอะไรต่อ คยูฮยอนเดินมาชะโงกที่หน้าต่าง เขายังเห็นปาร์คจองซูอยู่ที่เดิม ที่ลุ่มโล่งปกคลุมด้วยหญ้าเขียวทำให้ปาร์คจองซูที่ใส่เสื้อสีขาวเด่นขึ้นถนัดตา และเรื่องที่ตะโกนมาจนเขายังได้ยินเมื่อครู่ ก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
ดูเหมือนปาร์คจองซูกำลังเสียใจเพราะเรื่องอะไรบางอย่าง
เขาเดินรอบห้องและรู้สึกแปลกขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ากำลังจะมีอันตรายเข้ามาใกล้ คยูฮยอนขมวดคิ้วหนัก และตัดสินใจพกปืนติดตัวไว้ถึง 2 กระบอก เขามาเฝ้าทงเฮที่หน้าประตูห้องน้ำอีกครั้ง นับหัวใจเต้นยังไม่ทันเบื่อก็เคาะอีก
“ทงเฮ”
“เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว” คนในห้องน้ำบอกและเปิดประตูออกมาด้วยเสื้อสีขาวและกางเกงยีนส์สีซีดที่คล้ายๆ กับที่เขาใส่อยู่ ทงเฮมองหน้าเขาด้วยแววตางง ทนมองไม่นานก็ถาม
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น มีอะไรหรอ?”
“รู้สึกแปลกๆ น่ะ เหมือนมีอันตราย”
“รู้สึกว่าต้องหนีอีกแล้ว”
“ชั้นไปด้วยสิ”
“ชั้นช่วยนายได้มั้ย?”
“...........” คยูฮยอนไม่ตอบแต่ยิ้มบาง เขาโอบเอวทงเฮมาหาจนเอวเราชิดกันเพื่อกดปลายจมูกดมกลิ่นผมที่ยังชื้นน้ำและแก้มเย็นๆ
“หอม”
“ชอบกลิ่นนี้หรอ?”
“ไม่ได้หอมกลิ่นยาสระผมหรือเจลอาบน้ำ แต่หอม หอมตัวทงเฮ”
“ตัวชั้นก็คือกลิ่นที่เพิ่งอาบน้ำมาไงล่ะ”
“ไม่ใช่ ทงเฮไม่เข้าใจหรอก” เขาปิดการโต้เถียงเพราะระแวงระวังบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา คยูฮยอนพาทงเฮมาหลบที่หลังประตูแทน ตอนนี้หัวใจเขาเต้นโครมคราม แต่มันเป็นคนละโครมกับตอนที่ทงเฮเรียกชื่อคยูฮยอนครั้งแรก มันครามกันคนละแบบ
“อย่าห่างชั้นนะ”
“เมื่อกี้ก็พูด มันอะไรกันหรอคยูฮยอน”
“แล้วนี่...ปืน..เอามาทำไม?” ทงเฮตัวเล็กถามเขาเมื่อเห็นเขายกปืนขึ้นอย่างเตรียมพร้อม
“ต้องปกป้องทงเฮ ต้องใช้ ขอโทษถ้าไม่ชอบ”
“ก็...ไม่ใช่แบบนั้น แต่ว่า...ที่นี่มันไม่มีอันตรายไม่ใช่หรอ?”
ไม่ใช่หรอก ตั้งแต่ฮยอกแจจับตัวหมอซีวอนและอีกคนมาที่นี่ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
คยูฮยอนไม่พูดอะไรไป เขาก้มมองทงเฮแล้วบอกแผน
“เราจะหนี ไปหาซองมินกันก่อน”
“แล้วหนีไปที่ไหน?”
“ไม่รู้ ซองมินอยากไปที่ไหนก็จะไปส่ง”
“...แล้วค่อยไปที่ที่ได้อยู่กับทงเฮ”
“...อยู่ตลอดไป...”
เขากอดทงเฮแน่นครู่หนึ่งแล้วก็ปล่อยออก จากนั้นก็จูงมือนำออกจากห้องอย่างระแวงระวัง
เขาเคาะห้องฮยอกแจ แต่ไม่มีเสียงตอบ คยูฮยอนเดาว่าฮยอกแจน่าจะอยู่ที่ชั้น 1 กับตำรวจคิมยองอุน หรือไม่ก็ชั้นใต้ดิน ปาร์คจองซูอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วซองมินล่ะ อยู่ที่ไหน?
คยูฮยอนเดินไปยังห้องพักของซองมิน เขาเคาะเรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบออกมาเสียที หรือว่าจะอยู่ข้างล่าง?
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
ซองมินกลั้นหายใจมองประตูห้องที่มีเสียงเคาะ ไม่นานเสียงก็เงียบไป เขาน้ำตาหยดเมื่อเงยหน้ามองคนที่ยืนปิดปากเขาอยู่จนส่งเสียงไม่ได้
“ดีมากซองมิน”
“อย่ากลัวหมอสิ”
ก็หมอใจร้ายไม่ใช่หรอ? หมออยากฆ่าซองมินกับคยูฮยอนไม่ใช่หรอ?
“จำหมอซีวอนไม่ได้หรอ?” ซองมินพยักหน้าหงึกแล้วสะอื้นหวาดๆ สีหน้าเขาคงน่าสงสาร อีกฝ่ายจึงได้คลายมือออก
“หมอไม่คิดทำร้ายซองมินหรอกนะ”
“แล้วหมอมาทำไม?”
“มารับคยูฮยอน”
“ไม่ได้นะ! เราต้องอยู่ด้วยกัน ไม่มารับซองมิน ก็ต้องไม่มารับคยูฮยอนด้วย”
“S13 ไม่เหมือน P117 หรอกนะ”
“เขาไม่ใช่ชีวิต”
“หมอ...”
“S13 ก็มีชีวิตนะ”
“เขาไม่ใช่ชีวิต”
“ฟังนะซองมิน หมอต้องการแค่ S13 เท่านั้น แค่เขาคนเดียว”
“ซองมินหนีออกมาเพื่ออะไร หมอจะไม่ขัดขวาง แต่ S13 ต้องกลับไป”
“ไม่ได้นะ”
“ไม่อย่างนั้น ก็ถูกกำจัดทั้งคู่!” สิ้นคำขู่ ซองมินก็มองเขาตาแข็ง สู้สายตาอยู่ไม่นานซองมินก็หลบตาไป ซีวอนจับข้อมือทั้งคู่ของอีกฝ่ายไพล่หลังไว้แล้วดันให้เดินออกจากห้อง
“พาหมอไปหาคยูฮยอน”
“หมอ...อย่าเลยนะ”
“เดี๋ยวนี้” ซองมินหมดฤทธิ์สู้ เขาไม่แปลกใจเพราะซองมินไม่เคยเรียนรู้การต่อสู้มาก่อน จะมีช่วงที่คลุกคลีกับคยูฮยอนบ้าง แต่การต่อสู้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ซองมินถนัด เขาดันตัวซองมินให้พาไปหาคยูฮยอนที่เขาต้องการ เด็กในห้องทดลองลังเลปลายเท้าครู่หนึ่งก็พาเขามุ่งตรงไปยังห้องห้องหนึ่งทันที
“ห้องนี้หรอ?”
“......” ซองมินไม่ตอบก็แต่ก็ไม่ส่ายหน้าปฏิเสธ ซีวอนยังคงจับซองมินไว้เป็นตัวประกัน เขาใช้เท้ายันประตูโครมใหญ่และสาดกระบอกปืนหาเป้าหมายทันที!!
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
ฮยอกแจสะดุ้งเมื่อประตูเปิดอ้าออกโดยไม่มีเสียงเคาะมาก่อน เขาเคาะไอ้ตัวดีที่เดินจูงตัวหอมเข้ามาให้ห้อง
“อะไรของนาย? มีไร? ทำหน้าเหมือนหมาใกล้บ้า”
“ไม่รู้สึกอะไรหรอ? ไม่รู้สึกอันตรายหรอ?”
“จะอันตรายได้ไง ไอ้บ้า หิวแล้วล่ะสิ เออๆ ทำให้ก็ได้” ฮยอกแจบ่นแล้วเดินไปยังหน้าห้อง แต่คยูฮยอนกลับเดินมาดักหน้าแล้วโผล่หน้าไปหน้าห้องเอง
“ฮยอกแจ! มานี่!” มันเรียกเขาราวกับเขาเป็นผู้น้อยต้อยต่ำในชีวิต เขาส่ายหน้าระอาความไร้มารยาทกับลูกชายอธิบดีแล้วก็เดินไปตามที่มันเรียก สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาผลักทั้งตัวเองและตัวคยูฮยอนกลับเข้าห้องทันที
“หมอนั่น!”
“หมอซีวอนเดินเพ่นพ่านอยู่ได้ยังไง?”
“ซองมิน เมื่อกี้หมอจับซองมินไว้ใช่มั้ย? จะไปจัดการเอง!”
“เดี๋ยวสิ วางแผนกันก่อน”
“วางแผนทำไม”
“เอ้า! ไอ้นี่ ทำอะไรก็ต้องมีแผนสิวะ!” เขาตวาดด้วยเสียงกระซิบ คยูฮยอนยื่นหน้ามาหาเขาแล้วถามกลับ
“แผนอะไร ไม่ได้ผลก็อย่าพูด”
“ได้ผลสิ”
“แผนแรก ชั้นจะชิงตัวซองมินมาแบบไร้อันตราย แล้วนาย! จัดการหมอนั่นซะ”
“ฆ่าทิ้งเลยมั้ย?”
“ห้ามมันตาย พี่ยองอุนยังต้องการให้มันเป็นพยานปากสำคัญ”
“ชั้นไม่ต้องการพยาน”
“แต่เราเป็นทีมเดียวกัน และเราต้องการชีวิตพยานคนนี้!”
“ห้าม มัน ตาย!” ฮยอกแจสัมทับอีกที เขาเดินมาฉวยปืนพกติดตัวและเช็คกระสุน เขาพวกไว้ติดตัว 2 กระบอก ส่วนอีกกระบอกนึงเขาส่งให้ทงเฮ
“เผื่อไว้ ป้องกันตัวน่ะ”
“อื้อ”
“คยูฮยอน ไปกัน ทงเฮ หลบอยู่ที่นี่”
“ไม่เอา ชั้นไม่เป็นตัวถ่วงหรอกน่า ชั้นจะไปช่วยคยูฮยอน” ตัวหอมเถียงเขาแล้วเกาะแขนคยูฮยอนไว้ ฮยอกแจพยักหน้าพยายามเข้าใจแล้วก็พากันย่องไปยังห้องพี่ยองอุนที่ซองมินและหมอซีวอนเพิ่งผลุบเข้าไปในนั้นทันที
หน้าห้องอยู่แค่เอื้อม แต่พวกเขายังไม่ผลีผลามเข้าไป ฮยอกแจทิ้งคยูฮยอนและทงเฮไว้ที่หน้าห้องก่อน ส่วนตัวเขาเดินเลยไปยังบันไดโค้งด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ชะโงกหน้าไปนิดเขาก็เห็นพี่ยองอุนกับพี่ฮีชอลยืนมองหน้ากันด้วยสีหน้าตึงเครียด เขาโบกไม้โบกมือเรียกเพราะส่งเสียงไมได้ แต่พี่ชายทั้งคู่ก็ไม่รับรู้การเรียกของเขาเสียที เขาหันรีหันขวาง และตัดสินใจส่งสัญญาณมือให้คยูฮยอนและทงเฮรออยู่ที่หน้าห้องก่อน ส่วนตัวเขาจะไปบอกพี่ๆ ว่าหมอตัวดีมันออกลายแล้ว
“พี่! พี่ยองอุน พี่!!!””
“อะไร?!” ทั้งคู่หันมาตวาดเขาจนเขาต้องรีบจุ๊ปากส่งสัญญาณให้เงียบ เขาถลาไปหาพร้อมกับปืนที่ตั้งปากกระบอกขึ้นพร้อมรบ ซึ่งก็ทำให้พี่ชายตระหนกพอๆ กับงุนงง
“แกเล่นอะไร? เล่นโปลิสจับขโมยกับไอ้คยูฮยอนมันหรอ?”
“ไม่ใช่พี่!”
“หมออ่ะ หมอซีวอนมันจับซองมินไว้ ตอนนี้มันผลุบเข้าไปในห้องพี่”
“ผมคิดว่ามันจะหนี”
“แล้วมันออกจากห้องมันได้ยังไง!” ยองอุนแทบตวาด แต่รู้ตัวทันจึงได้ลดระดับเสียงลง แต่สายตายังไม่ละจากอาการดุเลย
“ผมจะไปรู้ได้ไง ก็พวกพี่สอบสวนหมอกันอยู่ 2 คนไม่ใช่หรอ!” ฮยอกแจตอกหน้ากลับแล้วย่างฝีเท้าเดินขึ้นบันไดไปทางเดิม แต่ครั้งนี้มีพี่ชายทั้ง 2 คนจับกระชับปืนเดินตามมาอย่างระมัดระวังด้วย
พอเหยียบบันไดขั้นสุดท้าย พวกเขาก็เห็นคยูฮยอนและทงเฮยืนรีรออยู่ที่หน้าห้อง ยองอุนส่งสัญญาณให้ถอยออกไป ส่วนตัวเขารีบก้าวเดินไปยังห้องตัวเองทันที
จงอุนรีรออยู่ในซอกที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดซอกเล็กๆ เขาแทบกลั้นหายใจเมื่อเห็นคิมยองอุน อีฮยอกแจตัวแสบ และคิมฮีชอลเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่รู้ตัว พวกนั้นมีปืนทุกคน ขณะที่เขาไม่มีอาวุธอะไรเลย เว้นแต่ว่าเขาจะยอมรับไม้กวาดเก่าๆ ทีแทบเหลือแต่ด้ามมาเป็นอาวุธ...แต่มันจะดีหรอ?
จงอุนอดทนรอจังหวะ โอกาสรอดของเขามีเพียงครั้งเดียว และคนที่จะทำให้เขารอดได้ ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
อีทงเฮ...โทษนะ แต่ถ้าพี่จะตีหัวนายและลากตัวไปด้วยอีกครั้ง ก็ขอให้รู้ว่าหวังดีสุดๆ
คนธรรมดาอย่างเรา อย่ายุ่งกับคนพวกนี้เลย
3 คนนั้นคงเดินไปสมทบกับทงเฮและคยูฮยอนที่เขายังไม่เคยเห็นหน้าชัดตานัก จงอุนเปลี่ยนมาพิงอีกฝั่งของซอกแคบ เขายื่นหน้าไปดูความเคลื่อนไหว เห็นว่าทั้ง 5 คนกำลังรีรออยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ซึ่งเขาไม่รู้ว่าคือห้องใคร แต่หมอซีวอนและอีกคนผลุบหายไปในนั้น
เอาล่ะ เขาต้องรอจังหวะที่ทงเฮเผลอ แย่งปืนมาและล็อคคอจับเป็นตัวประกัน
เขาต้องไปจากที่นี่ให้ได้! เขาเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้ไมได้แล้ว!
จงอุนเฝ้ารอจังหวะ และเหมือนพระเจ้าจะเลือกข้างเขา ท่านจึงได้ส่งให้อีทงเฮมารั้งท้ายกลุ่มคนพวกนี้ และไม่มีท่าทางระมัดระวังตัวเลยแม้แต่น้อย
“หยุด! อย่าขยับนะหมอ ไม่งั้นได้ไส้แตกศพไม่สวยแน่!” ใครคนนึ่งที่แสนห้าวถีบประตูเข้าไปและขู่หมอซีวอนที่อยู่ในห้อง เขาไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รู้แต่ว่าอีทงเฮถูกกันไว้ให้อยู่ด้านหลัง และไม่มีใครปกป้อง
พลั่ก!!
จงอุนตะปบแขนทงเฮจนปืนกระเด็น เขาพุ่งเข้าหยิบปืนที่กระดอนไปด้านหลังและรีบตั้งหลักขึ้นมาเพื่อล็อคคออีทงเฮไว้ทันที!
“ทงเฮ!!” ใคนคนหนึ่งขู่คำราม จงอุนสบตากับเขาคนนั้นตรงๆ แล้วชาวาบไปทั้งตัว เขาเคยเห็นมันมาก่อน เขาเคยเห็นหมอนี่มาก่อน!
“ซังซู!!”
“ปล่อยทงเฮ”
“ปล่อย!”
มันพูดได้ มันขยับอยู่ มันเหมือนคนคนหนึ่ง เหมือนมาก
หากเขาไม่เคยเห็นว่าในแลปมาก่อน เขาต้องคิดว่ามันคือคนธรรมดาคนหนึ่งแน่ๆ
“คยูฮยอน!!” ทงเฮเรียกเจ้านี่อีกครั้ง เขาจึงมั่นใจว่ามันคือคนเดียวกัน ตัวเดียวกัน สิ่งเดียวกัน มันคือไอ้ตัวในแลปที่หมอใหญ่ไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้
มนุษย์เทียมติดอาวุธ
ตัวเป็นๆ เลย
จงอุนเลียริมฝีปากที่แห้งผาก แล้วลากทงเฮถอยหลังลงบันไดเพื่อหนีทันที
“คยูฮยอน ตามไป ทางนี้ชั้นจัดการเอง!” อีกเสียงสั่งความ จงอุนไม่สนแล้วว่าใครจะตามเขามา หรือใครจะจัดการทางหมอซีวอน เขาขึ้นไกและจ่อปืนที่หัวทงเฮ เขาลากให้เดินถอยหลังลงบันไดอย่างระมัดระวัง
ยองอุนหันมาให้ความสนใจกับหมอซีวอนอีกหน ฝ่ายนั้นล็อคคอซองมินไว้และเอาปืนจ่อที่ใต้คาง สายตาไม่ยี่หระทำให้เขาหวั่นใจนิดๆ
“ปล่อยซองมิน แกไม่ได้ต้องการตัวซองมินไม่ใช่หรอ?”
“เข้าใจอะไรง่ายดี งั้นก็ส่งคยูฮยอนมา แล้วเราต่างก็ทำสิ่งที่ต้องทำ”
“คงไม่ได้ เพราะคยูฮยอนก็เป็นที่เราต้องปกป้องไว้เหมือนกัน”
“มันไม่ใช่คน”
“เขาคือคนคนหนึ่ง!” จองอุนเถียงจนเส้นเอ็นที่คอปูด เขาขยับปลายเท้าเข้าหาอย่างระมัดระวัง ซองมินมองหน้าเขาด้วยตาเปียกชื้นไปหมด
“จ่า” เสียงสั่นเรียกหาเขา มือคู่นั้นก็ยื่นแหวกอากาศชูมาทางเขา เขาต้องช่วยไว้ให้ได้
“ปล่อยซองมิน”
“ไม่ เอาตัวคยูฮยอนมาแลก และเราต่างคนต่างทำสิ่งที่ต้องทำ ผมมีแค่ทางเลือกนี้เท่านั้น”
“คุณตำรวจ คุณสืบอะไรอยู่ผมไม่สน แต่ผมต้องหยุดเรื่องพวกนี้เสียที คนตายมากเกินไปแล้ว”
“ก็พูดเองว่าคนตายมากไปแล้ว จะทำลายซองมินกับคยูฮยอนเพิ่มมอีกทำไม?”
“คยูฮยอนไม่ใช่คน ไม่ใช่มนุษย์ ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับชีวิตเขา”
“คนที่รองรับการมีชีวิตหรือลมหายใจของเจ้านั่น ก็คือพวกผม พวกผมเท่านั้น!”
“ปล่อยซองมิน”
“แลกกับคยูฮยอนเท่านั้น!” เขาจนใจ และยอมรับว่าเกือบจะใจอ่อนคว้าคอคยูฮยอนเหวี่ยงให้หมอนี่แลกกับซองมินแล้ว แต่คิมฮีชอลกลับรับบทต่อรองไปเสียเอง
“เฮ้ย่! จองซู ขึ้นมาได้ยังไง!” รุ่นพี่พูดกับลมหรือยังไงเขาก็ไม่เข้าใจ แต่เมื่อชเวซีวอนหันไปมองด้านหลังตรงหน้าต่าง ฮีชอลก็พุ่งเข้างัดแขนงัดคอกับหมอซีวอนทันที
“ซองมิน!”
“จ่าอา!!!” เขาได้ตัวซองมินไว้แล้ว! ยองอุนหันปืนไปทาง 2 คนที่คลุกปล้ำกันอยู่ เขาเล็งไปที่ซีวอนอย่างยากลำบาก สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เหนี่ยวไกปืน เพราะ 2 คนที่ปล้ำรัดกันอยู่เอนตัวและพุ่งลงจากหน้าต่างไปต่อหน้าต่อตา
“เฮ้ย! พี่!”
“คิมฮีชอล!!”
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
จองซูผงะเมื่อจู่ๆ ฮีชอลและซีวอนก็ตกมาแอ้งแม้งตรงหน้า เขาตรงไปพยุงฮีชอลให้ลุกขึ้น ดูเหมือนเพื่อนจะเจ็บซี่โครงอยู่ไม่น้อย
“ไหวมั้ย?”
“หลบไปจองซู หมอนี่มันคิดหนี!”
“อ๊ะ!” ไม่ทันแล้ว จองซูยังไม่ทันได้ขยับไปไหนเขาก็ถูกคว้าตัวไว้เสียก่อน เสียงคลิกข้างหูทำให้เขาหันหน้ามองหมอซีวอนอย่างไม่เชื่อสายตา
“ขอโทษ” หมอขยับปากบอกเขาและจ่อปืนที่ขมับเขาทันที จองซูหัวใจเต้นรัวไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ปล่อยจองซูเดี๋ยวนี้นะ!”
“ผมบอกแล้วไงว่าต้องการแค่คยูฮยอนเท่านั้น”
“จงอุน! ทางนี้!” เขาเรียกพวกเดียวกันที่วิ่งลากอีทงเฮมาประกบกันไว้ทางด้านหลัง
ตัวประกัน 2 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคนสำคัญ กับสิ่งทดลองที่เขาเป็นเจ้าของอย่างถูกต้อง ทุกคนในโลกย่อมรู้ดีว่าควรเลือกใคร
“ส่งคยูฮยอนมา!” เขาตวาดบอกความต้องการแล้วกดปากปืนจ่อที่ขมับจองซูแน่นขึ้น แต่คนที่เขายืมใช้เป็นเครื่องมือคงรู้ว่าคำกระซิบว่า “ผมขอโทษ” หลายต่อหลายครั้งนั้น หมายถึงเขาไม่อยากทำแบบนี้กับจองซูเลย
“อยู่นี่!”
“จะไม่หนี ปล่อยทงเฮมาก่อน”
“ปล่อย!” คลื่นร้อนปะทะหน้าเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซีวอนยิ้มร้าย มันจะแผลงฤทธิ์เต็มที่แล้วสินะ ไอ้อาวุธ
“แก!”
“ก้าวมาหาชั้นช้าๆ”
“พาเราไปที่รถ และขับไป พอใจเมื่อไหร่ก็จะปล่อย”
“ไอ้หมอ!” มันคำรามใส่และกัดฟันกรอด มองจากตรงนี้เขายังเห็นเลยว่านัยน์ตามันเปลี่ยนสีแล้ว
“คยูฮยอน แกเท่านั้นที่ชั้นต้องการตัว ทงเฮกับจองซูจะไม่มีแม้แต่แผลเล็ก ถ้าแกทำตามที่ชั้นบอก”
“อย่านะคยูฮยอน” อีกคนเอ่ยห้ามไว้ ซีวอนหันมองคนที่ขัดขวางการต่อรอง ตำรวจตัวแสบนี่เอง เขาเหยียดตามามองคยูฮยอนดังเดิม ตอนนี้เขาสนแค่มันเท่านั้น เขาไม่อยากทำร้ายใคร ไม่อยากให้ใครบาดเจ็บ คนพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย
“S13 แกคิดดีๆ สมองแกมันระดับอัจฉริยะ ตรรกะแค่นี้แกเข้าใจไม่ได้หรอ?”
“ชั้นต้องการตัวแกกลับไป ชั้นถึงได้จับคนสำคัญของแกมาต่อรอง”
“ถ้าไม่อยากให้ใครที่นี่ได้รับอันตราย ก็มากับชั้น”
“.............”
“แกไม่ได้มีลมหายใจเพื่อคนพวกนี้ ไม่ได้มีชีวิตเพื่อตัวแกเอง”
“แกไม่ใช่คน ไม่ใช่”
“แกอยากหรือไม่อยากอยู่กับใคร หรือที่ไหนไม่ได้”
“แกเป็นของเรา”
“ชั้นมีชีวิต!”
“หรอ?”
“ถามตัวแกเองอีกที แกเข้าใจคำว่าชีวิตดีแค่ไหน”
“แกอยู่เพื่ออะไร? ได้สิ่งนั้นมาแล้วทำยังไงต่อ เป้าหมายแกคืออะไร ได้มาแล้วทำอะไรต่อ จะได้มาได้ยังไง”
“อีก 5 ปี จะอยู่แบบไหน มีความรู้สึกของคนธรรมดาแบบไหนบ้างที่แกเข้าใจ”
“S13 แกไม่ใช่คน”
“ไม่จริง! คยูฮยอน นายเป็นธรรมดาไง ธรรมดาเหมือนชั้น นายจะอยู้กับชั้นไง ตลอดไปมันจะสั้นยาวแค่ไหน คยูฮยอนก็จะอยู่กับชั้น”
“ซังซู”
“...ซังซู...”
“S13”
“ถ้าแกเลือกจะทิ้งตัวแกเองไปเป็นคนที่แกไม่มีทางเป็นได้”
“อีทงเฮจะตายเดี๋ยวนี้”
“เลือกสิ”
“............”
“เลือก!”
“ชั้นไม่ใช่คน!”
“จะกลับไป กลับไป ไม่ใช่คน”
“ดี...ทีนี้ ก้าวมาหาชั้นช้าๆ” ซีวอนสั่งเฉียบ ลมร้อนโอบล้อมที่โล่งหน้าบ้านแรงขึ้นกว่าเดิมจนแม้แต่คิมจงอุนยังรู้สึกได้ หมอหนุ่มเอียงหน้าไปส่งสัญญาณ พวกเขาเดินนำไปที่รถที่จอดว่างอยู่
“กุญแจรถ”
“เราจะขับไปแค่พอพ้นจากแถวนี้แล้วจะปล่อยตัวประกันให้พวกคุณไปรับ”
“หมอคิดว่าเราเล่นขายของแบบเด็กๆ อยู่รึไง”
“ตำรวจจะไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้นง่ายๆ แน่”
“กุญแจ!” เขาเรียกหาสิ่งที่ต้องการและย้ายมาจ่อปืนที่ลำคอจองซู
“หมอ...จะทำตามใจพ่อไปถึงไหน สิ่งที่ทำอยู่มันถูกหรอ”
“จองซู ผมไม่ได้ทำเพื่อพ่อ ผมทำเพื่อจบเรื่องทุกอย่างต่างหาก”
“ถ้าทำเจ็บก็ขอโทษ แต่อีกไม่นานหรอกจองซู อีกไม่นานมันก็จบแล้ว” เขากระซิบบอกจองซูที่ล็อคคอไว้จนตัวชิดกัน
“กุญแจ!!!”
สิ่งที่เขาต้องการลอยมากลางอากาศ คิมยองอุนโยนมันให้เขาแต่ยังเล็งปืนมาที่พวกเขาไม่เว้นวาย ฮีชอลให้ส่งกุญแจให้จงอุนไขประตูและยัดตัวประกันเข้าไปด้านหลังและตามเข้าไปด้วย
“S13 ขึ้นมา!” เขาสั่งให้คยูฮยอนนั่งด้านหน้าโดยจงอุนรีบเอาปืนจ่อขมับไว้ แต่เขารู้ดีว่าแค่ปืนทำอะไรมันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เกาะติดตัวประกันชื่ออีทงเฮขนาดนี้
“ไปได้ ตำรวจคงไม่ปล่อยให้เราหนีง่ายนัก”
รถที่พวกเขาได้มาอย่างไม่ถูกต้องเคลื่อนตัวออกอย่างรวดเร็ว เขาละปืนจากจองซูมาจ่อที่ขมับทงเฮแทน แต่อีกมือของเขายังคงล็อคแขนจองซูไว้ทางด้านหลัง ยังไว้ใจไม่ได้ จนกว่าจะถึงที่นั่น เขาไว้ใจอะไรไม่ได้เลย
“ตามไม่หยุดเลยหมอ” คิมจงอุนรายงานสถานการณ์ที่เห็นจากกระจกมองหลัง ซีวอนไม่สนใจจะหันไปมอง เขาเดาไว้แล้วว่าพวกตำรวจคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ เพราะเขาได้มาทั้งจองซู อีทงเฮและคยูฮยอน
“ช่างเถอะ แค่ขับไปก็พอ”
“แล้วเราจะไปที่ไหนกัน”
“คลัง”
คลัง...ไม่มีอะไรน่าสะพรึงกลัว และน่าสยดสยองเท่าที่นั่นอีกแล้ว
จงอุนกลืนน้ำลายทั้งที่คอแห้งผาก เขากำพวกมาลัยแน่นและเหยียบคันเร่งสุดแรง!
~~~~~ L i v e ~~ w i t h o u t ~~~~~
สัญญาณแดงๆ ในจอภาพ แม้จะแสดงตัวขึ้นมาไม่ถึงนาที แต่ก็ทำให้เขารู้ว่าลูกชายเขาอยู่ที่ไหน
ชเวชางโฮมองคู่สนทนาที่เพิ่งละสายตาจากแผนที่ชนิดละเอียดที่อวดตัวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
“ผมรู้จักที่นี่”
“จะไม่รู้จักได้ยังไงล่ะครับท่าน”
“ก็เพราะที่นี่ ทำให้เราเสียสมองไปตั้งหลายคน”
“คิมวอนกีทำให้เรารู้จักที่นั่นเป็นอย่างดี”
“ตำรวจมดที่น่านับถือ น่าเสียดายที่ตายเพราะปืนไม่กี่นัด” นายทหารยศใหญ่หลับตารำลึกความหลัง ครู่เดียวก็ลืมตาขึ้นมองแผนที่ในจอคอมพิวเตอร์ทันสมัยแล้วสั่งการ
“ถล่มมันให้หมด ไม่ว่าใครอยู่ที่นั่นก็ตาม อย่าให้รอดแม้แต่ชีวิตเดียว ไม่อย่างนั้นเราก็พัง!”
“แต่...”
“หมอหนุ่มคนนั้น ผมหวังว่าจะออกจากที่นั่นก่อนระเบิดเราจะเดินทางไปถึงนะ”
“จับเป็นไม่ดีกว่าหรอครับ” ชเวชางโฮเสนอความคิด
“เราต้องรีดออกมาก่อนว่าพวกนี้เป็นใคร รู้อะไรแค่ไหน จะได้ตามจัดการปากอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้หมดสิ้น ไม่อย่างนั้นก็เกิดเคสแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า”
“ควรจะรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันมากกว่านี้”
“ได้ งั้นตรวจสอบจากวงจรปิดทีได้มา รถใครขับไปทางที่จะเข้าถึงทีนี่ได้เอาประวัติมาทั้งหมด เก็บกวาดกันภายในครึ่งวัน”
“ส่วนที่บ้านนั้น ส่ง “อาวุธ” ของหมอไปสกัดจับไว้ ตั้งแต่วินาทีนี้ไป แมลงวันก็ห้ามให้ออกไปไหนได้!”
“อาวุธพระเจ้าสร้างของเราเนี่ย กว่าจะได้ยลโฉมมัน จะต้องสังเวยอีกกี่ชีวิตกันล่ะ คุณหมอ”
ปาร์คมยองฮามองสถานที่ผ่านแว่นสายที่แตกจนจนกรอบ ใต้ตาเขาแดงก่ำ ส่วนแผลฟกช้ำทั่วตัวทั่วหน้าเริ่มเป็นสีม่วงเข้ม
นัยน์ตาเขาฉ่ำไปด้วยน้ำ เสียงที่เขาครางตอนที่สติแทบเลือนรางเต็มที่ก็คือชื่อหลานชาย
“จองซู ซองมิน”
“หลานปู่ ปู่ขอโทษ ขอโทษ”
Cut